พุยพุย

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11


วันพุธที่  23 มีนาคม พ.ศ.2559



บรรยากาศภายในห้องเรียน
ในวันนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้มาเรียนอาคารใหม่  อย่างตึก  34   เป็นห้องที่ใหญ่มากและมีเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่  มีจำนวนที่นั่งเรียนมากมายเยอะกว่าจำนวนนักศึกษา  อากาศที่เย็นฉ่ำเพราะภายในห้อง 1 ห้องติดแอร์ทั้งหมด 2-3 ตัว

สาระการเรียนรู้
เพื่อนๆออกมานำเสนองานที่ตนเองได้ค้นคว้าไป บางคนนำเสนอวิจัย บางคนนำเสนอวิดิโอ บางคนนำเสนอบทความ  เรื่องต่างๆที่เพื่อนได้นำเสนอมานั้นสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับคณิตศาสตร์ได้หมดทุกอย่าง  ซึ่งเป็นผลดีมาก

การนำเสนอ คนที่ 1 ชื่อว่า  นางสาวสุดารัตน์ อาจจุฬา
นำเสนอบทความเรื่อง การจัดประสบการณืคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

กล่าวได้ว่า คณิตศาสตร์มีอยู่ทุกหนทุกแห่งในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการชั่ง การวัด การตวงอาหาร  ปริมาณสัดส่วนต่างๆ  อีกทั้้งยังมีการนับจำนวน  ตัวเลข  การแยกแยะ ประเภทต่างๆได้อย่างถูกต้อง ทำให้ง่ายต่อการเรียนการสอน  โดยทักษะพื้นฐานทางคิตศาสตร์ที่ด้วยกัน  7 ทักษะคือ

1.ทักษะการสังเกต  คือ ใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้
2.ทักษะการจำแนกประเภท  ความสามารถในการแบ่งประเภทของสิ่งของต่างๆ  โดยหาเกณฑ์ในการแบ่ง
3.ทักษะการเปรียบเทียยบ คือ  การอาศัยการหาวัตถุมาเปรียบเทียบทั้งขนาด ปริมาณ หรือรูปทรงต่างๆ
4.ทักษะการจัดลำดับ  คือ  ส่งเสริมให้เด็กพัฒนาแบบความคิดรวบยอด
5.ทักษะการวัด  คือ  เมื่อเด็กผ่านหัวข้อต่างๆได้แล้ว เด็กจะนำไปสู่การวัดเองโดยอัตโนมัติ
6.ทักษะการนับ  คือ  การนับเริ่มต้นจากการนับปากเปล่า ไปจนการนับด้วยมือเพื่อแสดงถึงบสัญลักษณ์
7.ทักษะเกี่ยวกับเรื่องรูปและขนาด  คือ  เรื่องของขนาดและรูปทรงจะเกิดผลดีกับเด็กมากเพราะว่าเด็กได้จับต้องสิ่งของต่างๆด้วยมอของเขาเอง  และลงมือทำกิจกรรมนั้นๆโดนมีรูปทรงเป็นหลัก 

การนำเสนอคนที่ 2 คือนางสาวชื่นภา เพิ่มพูล
ในหัวข้อเรื่อวง คณิตศาสตร์กับชีวิต 
      โดยเพื่อนเล่ามาเราสามารถแบ่งออกเป็น  6 สาระทางคณิตศาสตร์ได้คือ  
1.จำนวนและการดำเนินการ
2.การวัด
3.เรขาคณิต
4.พีชคณิต
5.การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
6.ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

และยังบอกถึงวิธีการเขียนแผนที่ถูกต้องอีกด้วย โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้

- ชื่อเรื่อง
- วัตถุประสงค์
- วิธีการดำเนินการ  - ขั้นนำ , ขั้นสอน ,ขั้นสรุป
- สื่อ
-ประเมินผล

ทักษะที่ได้รับ
ทักษะในการสังเกตเรื่องราวต่างๆ
ทักษะในการวิเคราะห์
ทักษะในการแยกประเภทต่างๆ
ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

การนำมาประยุกต์ใช้

สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับเนื้อหาการเรียนการสอนได้โดยการนำกิจกรรมหลักต่างๆที่เพื่อนได้นำเสนนอมา มาทำแผนกสอนโดยเสริมแนวคิดและวิธีการต่างๆที่สร้างสรรค์กว่าเดิมลงไป  เหมือนเป็นการนำมาปรับใช้นั้นเอง

เทคนิคการสอน

อาจารย์มีเทคนิคการสอนคือ  จะพูดในหัวข้อใหญ่ๆก่อนแล้วให้นักศึกษาแยกความคิดแล้วรวบยอดออกมาว่าหัวข้อย่อยๆคือออะไรบ้าง พร้อมทั้งสรุปในเนื้อหานั้นๆ

 การประเมินผล

ประเมินตนเอง - มีความขยันต่อการทำงาน  สามารถทำงานให้เสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี  ไม่มีข้อคำหนิใดๆ และตั้งใจฟังดูอธิบายอย่างละเอียด

ประเมินเพื่อน - เพื่อนๆมีความกระตือรือร้นมากๆในการทำงานครั้งนี้ และการให้ความร่วมมือคือตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนองาน

ประเมินอาจารย์ - มีความรู้ที่รอบด้าน สามารถนำเนื้อหาสาระต่างๆมาเชื่อมโยงเข้าสู่การเรียนรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ได้ดีมากๆเข้าสอนตรงต่อเวลา 




บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10



วันพุธที่  16  มีนาคม พ.ศ.2559


บรรยากาศในห้องเรียน
     ในวันนี้มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนพอสมควรเพราะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียน อีกทั้งในวันนี้อาจารย์มีการสอนเพิ่มเติมนิดหน่อยและนัดตรวจงานกลุ่มครั้งที่แล้วว่าควรปรับปรุงหรือแก้ไขในส่วนไหน

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
     อาจารย์สรุปการเขียนแผนผังการเรียนรู้ในหน่อยต่างๆที่สามารถใช้สอนเด็กได้ในอนาคต ซึ่งการเขียนแผนเป็นมายแมพนั้นเป็นผลดีต่อตัวผู้สอนและผู้เรียน  คือ เป็นการแตกยอดความคิดของผู้สอนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้ง่ายกว่าการที่จะอธิบายอย่างเดียว  ภาพจะเป็นสื่อที่ดีต่อการเรียนรู้นั้นเอง

กล่าวได้คือ กลุ่มดิฉันทำหัวข้อเรื่อง ยานพาหนะ จะแบ่งหัวข้อต่างๆได้คือ
1.ประเภท
2.ลักษณะ
3.การดูแลรักษา
4.ประโยชน์
5.ข้อควรระวัง

ในหัวข้อดังกล่าวนี้เป็นการแตกยอดออกมาอย่างถูกต้องและเหมาะสม และยังสามารถเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์อีกด้วย

ทักษะที่ได้รับ
- การคิด 
- การวิเคราะห์
- การจัดจำแนก หมวดหมู่ต่างๆ
- การแยกแยะในส่วนของเนื้อหาอย่างเหมาะสม
- การวางโครงสร้างที่ดีและถูกต้อง
- การคำนวนความน่าจะเป็นในการทำแผนผังกิจกรรม

การนำมาประยุกต์ใช้
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยการนำเทคนิคต่างๆมาเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กโดยแบ่งหัวข้อต่างๆได้อย่างเหมาะสมและสามารถรู้ถึงหละการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยของเด็กแต่ละปี

 เทคนิคการสอน
อาจารย์ได้แบ่งหัวข้อของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน และให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดกันภายในกลุ่ม ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวผู้เรียนที่จะได้รับการฝึกฝึนและฝึกการคิดที่ดี


การประเมินผล
ประเมินตนเอง
มีความกระตือรือร้นต่อการทำงาน มีความตั้งใจ ไม่วอกแวก จัดระบบทางความคิดได้อย่างเหมาะสมและได้รับความรู้ในการจัด แยก หมวดหมู่ของกิจกรรมได้ถูกต้อง

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆมีความสามัคคีกันในกลุ่ม ช่วยเหลือกันอย่างดีและระดมความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีความพร้อมต่อการสอนตลอดเวลา  เข้าสอนได้ตรงต่อเวลาทุกครั้งและมีเทคนิคการสอนที่ดี แปลกใหม่ทุกครั้ง


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9



วันพุธที่  9  มีนาคม พ.ศ.2559


บรรยากาศในห้องเรียน

     ในวันนี้อาจารย์ได้ซักถามเกี่ยวกับการไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศน์มาว่ามีการเสริมสร้างหรือจัดประสบการณ์แบบใดบ้างที่ส่งเสริมด้านคณิตศาสตร์  เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาและวิชาที่เรียนมากที่สุด

 สาระที่ได้รับในวันนี้
      ในวันนี้ดิฉันได้นำเสนอเนื้อหาในวิดิโอที่ได้ศึกษามา  เกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนึงในเบอร์มิงแฮม  สรุปได้ว่า โรงเรียนนี้ได้จัดการเรียนการสอนแบบกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยไม่เน้นการเขียนแต่เน้นปฎิบัติและลงมือทำกิจกรรมมากการเรียนหรือเขียนในตำรา  เพราะเขาเชื่อว่าการที่ให้เด็กได้ทำกิจกรรมภายนอกห้องเรียนนั้นช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์มากขึ้น  และช่วยให้เด็กได้คุ้นเคยกับธรรมชาติรอบตัวเด็ก  เพราะการเรียนเรียนรู้ที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในห้องเรียน  เพราะการเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด  ยิ่งเราออกไปหาประสบการณ์นอกห้องเรียนมากแค่ไหนก็จะทำให้เรามีการคิด และจินตนาการรวมไปถึงการมีความรู้มากขึ้น

ต่อไปเป็นการนำเสนอของเพื่อนคนต่อไป ได้แก่

นางสาวจิราภรณ์ ฟักเขียว นำเสนอ วิดิโอในหัวข้อ ไข่ดีมีประโยชน์

     สรุปได้ว่า   ในโรงเรียนวัดไทรใหญ่จังหวัดนนทบุรี มีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ไข่ ซึ่งเป็นอาหารและสิ่งธรรมชาติรอบตัวเด็ก  และยังได้ศึกษาประโยชน์และส่วนต่างๆของไข่อีกด้วยว่าไข่เกิดอย่างอย่างไหร่ และสามารถนำมาประกอบอาหารอะไรได้บ้าง  เป็นต้น

กิจกรรมที่  1  เกมส่งไข่  โดยให้เด็กได้ส่งไข่เป็ดคนละใบให้กับเพื่อนโดยมีข้อแม้ว่าห้ามให้ไข่ตกลงมาแตกเด็ดขาด มิฉะนั้นต้องแพ้  โดยสัณชาตญาณแล้วคนเราจะรู้ว่าไข่เป็นลักษณะรูปร่างที่บอบบาง เมื่อได้ยินคำว่าไข่ขิงสัตว์ต่างๆคนเราจะรู้จักการประคับประคองอย่างถนุถนอม และนั้นเองคือสิ่งที่เด็กได้ทำ สามารถฝึกสมาธิในการส่งไข่และฝึกการประสานงานระหว่างตากับมือ  เป็นต้น

กิจกรรมที่  2  ครูเล่านิทานที่เกี่ยวกับไข่  โดยบอกรายละเอียดว่าสัตว์ชนิดไหนออกไข่บ้างและมีสีอย่างไร มีลักษณะ  รูปทรงอย่างไรเป็นต้น  เช่นไข่เป็ดมีลักษณะที่ค่อนข้างพอดีมือ และมีสีขาวมีขนาดที่ใหญ๋กว่าไข่ไก่นิดหน่อย  

กิจกรรมที่ 3 เป็นกิจกรรมคุ๊กกิ้ง ที่สอนให้เด็กรู้จักการนำไข่มาประกอบการทำอาหาร  โดยมีวิธีทำและขั้นตอนง่ายๆ ไม่ซับซ้อน อย่างไข่เจียว ไข่ดาว เป็นต้น


คนต่อไป  นางสาวสุวนันท์  สายสุด
นำเสนอวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย  โดยใช้รุปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

   สรุปได้ว่า   
จุดมุ่งหมาย  เพื่อเปรียบเทียบลักษณะทางศิลปะสร้างสรรค์ทั้งก่อนและหลังการทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะที่ดีแก้เด็ก

สมมติฐานการวิจัย  ในเด็กปฐมวัยได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และสามารถทดสอบออกมาได้ว่ามีความแต่งต่างกันระหว่างก่อนและหลังอย่างชัดเจน

ขอบเขตการวิจัย  นักเรียน ชาย หญิง ในโรงเรียนละอออุทิศ  จำนวน  10  ห้อง

เครื่องมือที่ใช้ในการค้นคว้า  แผนการจัดประสบการณืศิลปะสร้างสรรค์ด้านศิลปะ

กิจกรรมการเรียนการสอน
ขั้นนำ  กระตุ้นการเรียนรู้โโยให้สิ่งเร้าสอดคล้องกับเนื้อหาสาระ

ขั้นสอน  
1.ครูให้เด็กออกไปสำรวจต้นไม้ข้างนอกห้องเรียน  โดยให้สังเกตต้นใหญ่ว่ามีลักษณะอย่างไร  มีสี  มีกลิ่น  และมีรูปทรงแบบไหน  เป็นต้น  พร้อมทั้งให้เด็กนับจำนวนต้นไม้ที่ได้สังเกตไปว่ามีกี่ต้น
2.ครูแจกกระดาษคนละ 1 แผ่นแล้วให้เด็กๆวาดรูปต้นไม้ที่ต้นเองชอบอย่างอิสระ

ขั้นสรุป ให้เด็กๆแลกเปี่ยนความคิดเห็นเรื่องต้นไม้ที่ตนเองวาด พร้อมทั้งสรุป

สื่อ 
ดินสอ , กระดาษ , ต้นไม้จากสถานที่จริง

ประเมิน
1.สังเกตการตอบคำถามเกี่ยวกับต้นไม้ของเด็ก
2.สังเกตความสนใจในการทำกิจกรรม
3.สังเกตผลงานศิลปะของเด็ก


ทักษะที่ได้รับในวันนี้
การคิดวิเคราะห์ในการทำกิจกรรม
การวางแผนอย่างเป็นระบบ
การริเริ่มในการเริ่มทำกิจกรรม
การเลือกหัวข้อที่ตนเองสนใจ

การนำมาประยุกต์ใช้
สามารถนำหลักการสอนต่างๆหรือเรื่องราวที่เพื่อนนำเสนอมาในวันนี้มาพัฒนาและผสมผสานให้เข้ากับกิจกรรมการเรียนการสอนของเราอย่างสมบูรณ์และสามารถนำไปปรับใช้ให้เขากับเด็กในโรงเรียนต่างๆได้

เทคนิคการสอน
อาจารย์มรการเตรียมการสอนนักศึกษษที่ดีคือจัดเตรียมแผนการจัดประสบการณ์ต่างๆไว้ให้พร้อมก่อนการสอน  ซึ่งจัดยู่ในขั้นเตรียมการสอนนั้นเอง เป็นสิ่งที่ดี

การประเมินผล

ประเมินตนเอง
ในวันนี้ดิฉันได้ทำการนำเสนอบทความออกมาดีมาก ไม่ติดขัดใดๆทั้งสิ้งอีกทั้งยังได้รับคำชมเชยจากอาจารย์ที่สอนอีกด้วย

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆมีการให้ความร่วมมือดีมาก มีควมพยายามและอดทนในการฟังการนำเสนอบทความ วิดิโอและวิจัยต่างๆของเพื่อน  ไม่มีใครส่งเสียงดังรบกวนสมาธิเพื่อนเลย

ประเมินอาจารย์
มีการเตรียมพร้อมอย่างดี มีความกระตือรือร้นในการสอน เป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักศึกษา







บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8


วันพุธที่ 2 มีนาคม 2559


  ในวันนี้ได้ไปศึกษาดูงานนนอกสถานที่ ณ โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศน์


    ภายในโรงเรียนมีการจัดสภาพแวดล้อมที่ดีและส่งงเสริมคุณธรรมต่างๆอีกทั้งยังมีการจัดการเสริมประสบการณ์ในด้านคณิตศาสตร์อีกด้วย  ดังภาพต่อไปนี้




มีสื่อการสอนที่ให้เด็กได้รู้จักฝึกการคิด แยกแยะ รูปทรง ขนาดและสีต่างๆนั้นเอง




สื่อการสอนที่เป็นรูปทรงต่างๆ ถูกแบ่งเรียงตามลำดับชั้นจาก 
เล็กไปใหญ่แต่มีลักษณะรูปทรงที่เหมือนกัน



    ในแต่ละห้องจะมีการทำสถิติจำนวนของนักเรียนที่มาในแต่ละวันนั้นๆเพื่อแสดงถึงศักยภาพและจำนวนคนมาเรียน  อีกทั้งในตรงนี้ยังสามารถฝึกให้เด็กรู้จักการนับ การแยกแยะอีกด้วย เพราะทุกๆครั้งครูจะให้เด็กในห้องนับจำนวนเพื่อนแล้วออกมาเขียนตรงกระดานนี้ทุกวัน  โดยผลัดเปลี่ยนคนออกมาเขียนคนละวันๆไปเรื่อยๆจนหมดเทอม 

ในภาพจะแบ่งออกมาได้ว่า  - จำนวนนักเรียน ชาย  11  คน  หญิง 14 คน รวมกันทั้งหมดเป็นจำนวน  25  คน  ในวันนี้  ชายมา 10 คน หญิงมา 12 คน รวมทั้งหมด  22 คน  สรุปได้ว่า  ชายขาด 1 คน หญิงขาด 2 คน รวมคนขาดทั้งสิ้น  3 คนเป็นต้น




     และยังสอนให้เด็กรู้จักการวัดการคาดคะเน  เช่น การชั่ง วัด ตวง ด้วยตาชั่งเป็นต้นอีกทั้งยังมีนาฬิทรายจำลองมาจากการประดิษฐ์ของเด็กๆเองเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง


     ลูกคิดสามารถช่วยฝึกให้เด็กคิดได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น  การแยกแยะสีอย่างชัดเจนทำให้เด็กสามารถเรียนรู้รู้และเกิดการจำได้ดีขึ้น


ภาพเด็กๆในโรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศน์กำลังทำกิจกรรมเกี่ยวกับคณิตศาสตร์อย่างสนุกสนาน







วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7




วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559




บรรยากาศในห้องเรียน

      ในวันนี้อาจารย์เข้าสอนช้ากว่าทุกวัน เพราะต้องไปเปิดงานวิาการ แต่นักศึกษามาเข้าเรียนตรงเวลา และนั่งรออาจาร์ยกันอย่างเรียบร้อย  หลังจากที่อาจารย์เข้ามาสอนก็เริ่มพูดคุยกันถึงบทเรียนที่จะเรียน


ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ 
       
      ในวันนี้ครูให้ทำกิจกรรม ซึ่งอาจารย์ให้เตรียมไม้เสียบลูกชิ้น ที่ตัดทั้งหมด 3 ขนาดคือ 1ส่วน 2 ส่วน แะ 3 ส่วน จากอาทิตย์ที่แล้วมาด้วย  โดยอาจารย์ได้แจกถุงดินน้ำมันหลากสี แล้วให้พวกเราเลือกหยิบกันคนละสีเท่านั้น พร้อมทำตามที่อาจารย์สั่งดังนี้  


- ในครั้งแรกอาจารย์ให้ทำรูป 3 เหลี่ยม โดยนำไม้ขนาดที่เท่ากันมาเชื่อมด้วยดินน้ำมันที่เราได้เลือกไว้ และครั้งต่อมา ครูให้ทำเป็นรูป ทรง 3 เหลี่ยม  ซึ่งต้องมีมิตินั้นเอง โดยเริ่มจากฐานเดิมที่สร้างไว้หรือว่าจะสร้างใหม่ก็ได้ ดังภาพ

                               





ต่อไปอาจารย์ให้ทำรูป 4 เหลี่ยม โดยนำไม้ที่ตัด มาต่อ ขนาดเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบ
ครั้งที่สองอาจารย์ให้ทำเป็นรูปทรง 4 เหลี่ยม โดยทำต่อจากฐานเดิมหรือเปลี่ยนใหม่ก็ได้ ดังภาพ





สรุปเนื้อหาต่างๆที่เพื่อนนำเสนอ



สรุปงานวิจัย
เรื่อง การส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยการจัดประสบการณ์กิจกรรมดนตรี  ตามแนวออร์ฟ-ชูคเวิร์ค
ผู้จัดทำ  วรินธร  สิริเดชะ (2550)  เสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒผู้ควบคุม  
ผู้ช่วยศาตราจารย์ จิราภรณ์ บุญส่ง อาจารย์ ดร. สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์

กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการทดลองเป็นเด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี จำนวน 30 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 2 ปีการศึกษา 2549 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนศรีดรุณ จังหวัดสมุทรปราการ  โดยใช้ระยะเวลาทดลอง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 40 นาที

เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ1 แผนการจัดประสบการณ์ดนตรีตามแนวออร์ฟชูคเวิร์คและแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์2 คูมือการจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค       การจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค ผูวิจัยเปนผูดําเนินการจัดกิจกรรม โดยจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค ใหกับเด็กสัปดาหละ 3 วัน คือในวันจันทร พฤหัสบดี ศุกร ระหวาง เวลา 9.10 – 9.50 น. เปนเวลาทั้งสิ้น 8 สัปดาห รวม 24 กิจกรรม โดยมีจุดมุงหมายเพื่อสงเสริมทักษะ พื้นฐานทางคณิตศาสตร ดังนี้

1. การจัดหมวดหมู  
2. การรูคาจํานวน 1 - 10 
3. การเปรียบเทียบในเรื่องตอไปนี้ - จํานวน  ไดแก มาก – นอย เทากัน - ไมเทากัน - ปริมาณ ไดแก มาก – นอย หนัก – เบา - ขนาด   ไดแก เล็ก กลาง ใหญ  สูง – ต่ำ สั้น – ยาว - รูปทรงเรขาคณิต ไดแก วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม
4. อนุกรม ลักษณะของกิจกรรมเปนกิจกรรมดนตรีที่เด็กไดลงปฏิบัติ โดยผสานกิจกรรมตางๆเขาดวยกันอยางผสมกลมกลืน ไดแก   - คําพูด ( Speech)
- การรองเพลง (Singing)
- ลีลาและการเคลื่อนไหว (Movement)
- การใชรางกายทําจังหวะ (The Use of Body in Percussion)
- การคิดแตงทํานองหรือทาทางแบบทันทีทันใด (Improvisation)
         ซึ่งการจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค สามารถบูรณาการสาระการเรียนรูในดาน ตางๆผสมผสานเขาไปในกิจกรรมทั้ง 5   ดังกลาว การวิจัยครั้งนี้ตองการศึกษาความสัมพันธของการจัด ประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค สัมพันธกับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร ในการวาง แผนการจัดกิจกรรมแตละครั้งจึงตองมีการบูรณาการเนื้อหาสาระทางดานคณิตศาสตรกับกิจกรรมดนตรีเพื่อสงเสริมทักษะพื้นฐานคณิตศาสตรอยางสัมพันธกัน  เพื่อใหการจัดกิจกรรมดังกลาว บรรลุตามวัตถุประสงค ผูดําเนินการควรมีพื้นฐานความเขาใจ ในเรื่องพัฒนาการเด็ก จิตวิทยาพัฒนาการ ดนตรี ควรเปนผูที่มีความละเอียด รอบคอบ ชางสังเกต ใจ กวางที่จะใหโอกาสเด็กไดแสดงความคิดเห็น แสดงความสามารถ ตลอดจนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพ ของเด็กเชื่อวาดนตรีพัฒนาเด็กๆไดและที่สําคัญ คือ การคํานึงถึงความแตกตางระหวางบุคคลนอกจากนั้นทุกครั้งกอนที่จะจัดประสบการณกิจกรรมดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค ในแตละ ครั้ง ผูดําเนินการควรมีการตระเตรียมความพรอมทั้งในดานของสถานที่ บรรยากาศ ตลอดจนสื่อ อุปกรณที่หลากหลาย เครื่องดนตรีชนิดตางๆที่สอดคลองกับเนื้อหาของกิจกรรม ทั้งนี้เพื่อใหการดําเนิน กิจกรรมเปนไปอยางราบรื่น และบรรลุตามจุดประสงคที่ตั้งไวออรฟเนนใหเด็กไดสัมผัสและมีปฏิสัมพันธกับสื่อมากที่สุด โดยเริ่มจากสื่อที่ใกลตัวขยายสูสื่อที่ ไกลออกไป ดังนั้น สื่อของออรฟจึงเริ่มจากรางกายของเด็กเอง ไปจนถึงสื่อสําเร็จรูปตางๆ เชน เครื่อง ดนตรี เพลง เพลงที่ออรฟใชในการจัดประสบการณดนตรีแนวออรฟชูคเวิรคนี้มีที่มาหลากหลาย ทั้งจาก เพลงที่ออรฟแตงเอง เพลงที่เด็กแตงขึ้น และเพลงจากนักแตงเพลงทานอื่น ที่สอดคลองกับหลักการของ ออรฟ เนื่องจากเพลงที่ออรฟแตงเองมีไมมากนักและวัตถุประสงคหลักของการเขียนเพลงของออรฟ คือ แตงเพียงเพื่อเปนแบบ (models) เพื่อการ improvisation สวนประกอบที่ออรฟใชแตงเพลงสําหรับเด็ก คือ 1) pentatonic mode (โนต 5ตัว ซึ่งมีความสัมพันธของเสียง โด เร มี ซอ ลา)       
2) ostinato patterns และ borduns (แบบแผนของตัวโนตซ้ําๆที่เดินอยูตลอดทั้งเพลง) ซึ่งออรฟตั้งใจใหเด็กคิดขึ้นมาเอง เชน เพลง Day Is New Over ซึ่งเปนเพลงที่มีแบบแผนของเพลงชัดเจน บรรเลงงาย มีทํานองและเนื้อรอง แบงออกเปนทอนๆอยางแนนอน มีทอนลอและทอนรับ ซึ่งงายตอการเลียนแบบเพื่อนําไปคิดแตงทํานอง ตอดวยตนเอง            ดังนั้น ในการจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรคนั้น สื่อจึงมีความหลากหลายและมี ความหมายเฉพาะตัว ทั้งสื่อที่ใกลตัว สิ่งที่ประดิษฐเอง และสื่อสําเร็จรูป ผูดําเนินการวิจัยจึงจําเปนตอง ศึกษาและเรียนรู วิธีการใช เปาหมายของสื่อแตละชนิด เพื่อนํามาใชใหสอดคลองกับกิจกรรมเพื่อพัฒนา ผูเรียนใหบรรลุตามเปาหมายที่วางไว้     

สรุปวีดีโอ 
           เด็กจะเรียนรู้พื้นฐานจาก สี ขนาด รูปทรง ความกว้างความยาว จำนวน การสอนเด็กอนุบาลจะต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปไม่ต้องรีบ เราจำเป็นต้องปูพื้อฐานให้แน่ก่อนเมื่อเด็กมีฐานที่มั่นคงการไปต่อในด้านคณิตศาสตร์นั้นก็ง่ายและไปได้เร็ว 
      การเรียนคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพเรียนให้ได้ดีและสนุกนั้นต้องผ่านการเล่นโดยเด็กสามารถเริ่มเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ตั้งแต่ 1 ขวบ เด็กสามารถเรียนรู้ได้จำได้แต่ความเข้าใจจะเพิ่มขึ้นตามอายุ คณิตศาสตร์นี้ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลข 1-10 เท่านั้น แต่ยังมีสี ขนาด รูปทรง ความกว้างความยาว นี้คือจุดเริ่มต้นของคณิตศาสตร์สำหรับเด็กเล็กๆ เด็กนั้นจะจดจำสัญลักษณ์ได้ว่าสัญลักษณ์แบบนี้คือเลขนี้แบบนี้คือเลขนั้นนะแต่เด็กจะไม่รู้ความหมาย เด็กแต่ละคนนั้นจะไม่เหมือนกันมีความสนใจต่างกัน บางคนสนใจวิชาการบางคนสนใจ ในการทำกิจกรรม ดังนั้นกิจกรรมจะต้องมีความสนุกและเข้ากับเด็กได้ในทุกรูปแบบ ผู้ปกครองก็มีส่วนสำคัญในการต่อยอด การสอนเราจะต้องคอยถามเด็กเพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ใช้ความคิด


                             



ทักษะที่ได้รับในวันนี้
     
- ทักษะการวางแผนว่าควรใช้ไม้ขนาดเท่าไหร่จึงจะได้รูป หรือรูปทรงที่ต้องการ
- ทักษะการวางแผนว่าควรทำอย่างไรจึงจะทำให้ไม้แต่ละชิ้นยึด หรือเชื่อมติดกัน  คำตอบคือใช้ดินน้ำมัน   ในการยึดนั้นเอง
- ทักษะการคาดคะเน ในการต่อไม้แต่ละชิ้น
- ทักษะความแม่นยำในการวางโครงสร้าง
- ทักษะการฟังและจับใจความจากสิ่งที่อาจารย์สั่ง
- ทักษะและไหวพริบในการทำ
- ทักษะรู้จักการแก้ปัญหาเมื่อรูปทรงผิดพลาด
- ทักษะการออกแบบ
- ทักษะการนำไปประยุกต์ใช้ในการสอน


การนำไปประยุกต์ใช้
       
          1.จากการเรียนรู้ในวันนี้ทำให้รู้ว่าการทำรูปทรงต่างๆเป็นไร  อีกทั้งยังสามารถ นำกิจกรรมที่ได้ทำวันนี้ ไปจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัยได้อีกด้วย เพื่อสงเสริมให้เด็กได้พัฒนาการเรียนรู้ในส่วนต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงให้เด็กรู้จักรูปทรงต่างๆอย่างถูกต้องอีกด้วย
          2.สามารถนำไปเป็นสื่อการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยได้ คือ นำไปเป็นสื่อด้านวิชาคณิตศาสตร์  โดยสอนให้เด็กรู้จักรูปเรขาคณิตอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังทำให้เด็กแยกคำว่าว่ารูป กับรูปทรงออกอีกด้วย


เทคนิคการสอน

1.สอนโดยเกริ่นนำก่อน การเข้ากิจกรรม
2.หากิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดกระบวนการคิดในเชิงคณิตศาสตร์
3.บรรยายพร้อมทำกิจกรรม
4.สอดแทรกเรื่องคุณธรรมไปในบทเรียน
5.ให้นักศึกษานำเสนอความรู้ที่ค้นหามา
6.ถามตอบ อย่างมีเหตุผล
7ใต้องหาคำตอบที่ถูกต้องและชัดเจนเท่านั้น

ประเมินผล

      อาจารย์มีความกระตือรือร้น ขยันมาสอนครบทุกคาบโดยไม่บ่น  ชอบหากิจกรรมมาให้ทำ เพื่อเสริมเสริมกระบวนการคิดอย่างถูกวิธีเชงคณิตศาสตร์นั้นเอง คอยถามตอบกับนักศึกษา เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง  เปิดโอกาสให้ถามตอบได้ตลอดเวลา โดยมีการอธิบายเสริมและสรุปบทความที่เรียนทุกครั้งหลังการสอน


                                         




บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6





 เนื่องจากไม่สบาย
จึงลาป่วยค่ะ






แต่อาจารย์ให้ศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับที่เรียนในวันนี้  สรุปได้ว่า  ครูแจกกระดาษ A4 คนละ 1 แ่ผ่นซ฿่งมีความยาวที่เท่ากันคือ 10 เซนติเมตรด้วยกัน  หลังจากนั้นให้ตีตาราง 2 ตาราง  จากนั้นก็ให้เพื่อนๆดูวิดิโอแล้วระบายสีลงในตาราง

และอาจารย์ยังได้บอกอีกว่า เกมการการศึกษษมีหลายประเภทด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น

1.เกมจับคู่ประเภทเดียวกัน
2.เกมจับคู่ที่สัมพันธ์กันตรงข้าม
3.เกมจับคู่ที่ซับซ้อน
4.เกมจับคู่ที่สมมาตรกัน
5.เกมจับคู่แบบอนุกรม เป็นต้น

และที่กล่าวมาทั้งหมดสามารถนำไปใช้เป็นเกมการศึกษาให้เด็กได้ทั้งสิ้น

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5


วันพุธที่  3  กุมภาพันธ์  พ.ศ.2559




บรรยากาศในห้องเรียน
      ในวันนี้เป็นวันที่มีเพื่อนบางกลุ่มเข้าเรียนมาในเวลาใกล้เคียงกับอาจารย์พอดี  จึงถือว่าไม่สายมาก  ในช่วงแรกครูแจกกระดาษแข็งให้คนละ  1  ใบ จากนั้นให้ทุกคนเขียนชื่อ  นามสกุลตนเองลงไป โดยคาดคะเนให้เหมาะสมและสวยงามที่สุด  จากนั้นนำกระดาษที่เขียนชื่อนั้นไปแปะบนกระดานหน้าห้อง  โดยครูพูดคุยกับพวกเราไปพลางๆระหว่างที่เพื่อนติดกันอยู่



ความรู้ที่ได้รับ
      -ได้เรียนรู้ถึงคำคล้องจองคณิตศาสตร์ว่าคณิตศาสตร์กับคำในชีวิตประจำวันมีส่วนเกี่ยวข้องหรือคล้องจองกันอย่างไรบ้าง  และทำให้รู้ว่าคณิตศาสตร์มีอยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันของทุกๆคน
       - การนับจำนวน  คือทำให้รู้ได้ว่าการที่จะทำกิจกรรมใดกิจกรรมนึงนั้นต้องอาศัยการคาดคะเน  การคำนวน  การชั่ง  ตวง  วัด  อย่างเป็นระบบ  เพื่อให้เกิดความแม่นยำมากขึ้นนั้นเอง
       - พื้นฐานของการคิดเลขสำหรับเด็กปฐมวัย  เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กนั้นสามารถต่อยอดจากความรู้เดิมได้ ไปจนเกิดกระบวนการคิดการคำนวนอย่างมีเหตุผลและเกิดประโยชน์สูงสุดเพราะหากมีพื้นฐานที่ดีแล้ว ก็จะสามารถต่อยอดไปสู่คความรู้ใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้
       - เพลงคณิตศาสตร์  นิทานคณตศาสตร์เสริมการคิด  ในเด็กปฐมวัยนั้นจะเกิดการการเรียนรู้ที่ดีได้ พวกเขามักเริ่มมาจากการร้องเพลง  การฟังนิทาน เพราะจะทำให้เกิดการจินตนาการและการนึกคิดได้ดีกว่าการท่องจำ  ดังนั้นการที่นำเพลงมาดัดแปลงให้เนื้อหามีส่วนเป็นตัวเลข  เช่น บวก ลบ คูณ หาร นั้นเอง


เนื้อเพลงที่มีส่วนช่วยให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น   







เพลง จับปู




เป็นเพลงที่สื่อถึงการนับจำนวนปูดดยนับ 1 2 3 4 5 เรียงตามจำนวนทางคณิตศาสตร์นั้นเอง


เพลง บวก-ลบ




เป็นการแสดงจำนวนเพิ่ม ลด ของแก้วน้ำ ว่าถ้าหากลดจำนวนแล้วจะทำให้เกิดจำนวนที่น้อยลง แต่ถ้าหากเพิ่มจำนวนขึ้นจะทำให้จำนวนเพิ่มมากขึ้น




เพลง  นับนิ้วมือ

" นี่คือนิ้วมือของฉัน  มือฉันนั้นมีสิบนิ้ว
มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว  มือขวาก็มีห้านิ้ว
นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า นับต่อมา หก เจ็ด แปด เก้า สิบ
นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ นับหนึ่งถึงสิบจำให้ขึ้นใจ "

เป็นนับจำนวนเลขโดยใช้อวัยะในร่างกายมาใช้เป็นตัวช่วย นั้นคือนิ้วมือของเรานั้นเอง


............................................................................................................

โดยเพลงทั้งหมดที่แสดงให้เห็นข้างต้นนี้ครูได้นำมาให้พวกเราฝึกร้องให้เข้าทำนองอย่างถูกต้อง  และปรบมือประกอบจังหวะ เพื่อให้เกิดความสุนทรีมากยิ่งขึ้น  และครูยังได้กล่าวอีกว่า  เราเป็นครูปฐมวัยควรรู้จักการนำเพลงประยุกต์ใช้หรือใส่ช่วงทำนองใหม่ให้เกิดความสนุกสนานมากยิ่งขึ้้น




ทักษะที่ได้รับวันนี้

- ทักษะการเปรียบเทียบ
- ทักษะการคำนวน
- ทักษะการคาดคะเน
- ทักษะไหวพริบในการตอบอย่างว่องไว
- ทักษะในการตอบคำถามอย่างมีความคิดสร้างสรร
- ทักษะการฟัง
- ทักษะการจับคู่
- ทักษะการแก้ปัญหา
- ทักษะการออกแบบ
- ทักษะการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

การนำมาประยุกต์ใช้
     
      จากความรู้ที่ได้รับมาทั้งหมดในวันนี้ทำให้รู้หลักการและเทคนิคหลายอย่างว่าเราเป็นครูปฐมวัยต้องสามารถนำเพลงมาให้เนื้อหาหรือทำนองให้เพื่อให้เกิดสุนทรีในการฟัง การร้องมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังทำให้รู้จักการนำวิชาคณิตศาสตร์มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดโดยนำมาเป็นส่วนประกอบในการแต่งเพลง  โดยนำจำนวนการบวก ลบ คูณ หาร มาใส่ลงในเพลง  เพราะจะทำให้เกิดสื่อการเรียนรู้แบบใหม่ๆที่ไม่ซ้ำซากจำเจนั้นเอง


เทคนิคการสอน

     ครูมีหลักการสอนที่แปลกใหม่ คือครูจะตั้งปัญหานั้นๆว่าสมควรทำอย่างไหร่เมื่อเจอปัญหานี้  หรือควรแก้ปัญหาแบบไหนถึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด  จากนั้นก็ให้ในห้องช่วยกันคิดคำนวนดูหลักการและเหตุผลว่าสมควรที่จะได้คำตอบแบบนั้นจริงๆหรือไม่ พร้อมทั้งช่วยกันหาแนวคิดใหม่ๆมาช่วยในการเรียนการสอนด้วย


 ประเมินผล

ประเมินอาจารย์
     ในวันนี้ครูสอนอย่างสนุกสนานเพราะมีการสอนร้องเพลงประกอบจังหวะ  ครูมีความขยัน  ตรงต่อเวลา  มีความอดทนอย่างสูงเพราะในเซคของดิฉันเป็นเซคที่เฮฮา และมักจะสร้างความปวดหัวให้กับอาจารย์บ้างเป็นบางครั้ง  แต่อาจารย์ก็ไม่เคยบ่นเลย  อีกทั้งยังขอความคิดเห็นภายในห้องว่าควรจัดการเรียนการสอนแบบไหนถงจะดีที่สุด